นอนไม่หลับอยู่หรือเปล่า? 5 วิธีทำให้ตัวเอง หลับสนิท คลายกังวล

นอนไม่หลับอยู่หรือเปล่า? 5 วิธีทำให้ตัวเอง หลับสนิท คลายกังวล
ในตอนที่เราเด็กๆนั้น พอเวลาได้ 2 -3 ทุ่ม ก็เข้านอน หลับสนิท ได้สบายใจแล้ว แต่เมื่อโตมาด้วยความเครียดต่างๆที่เข้ามา เที่ยงคืนก็แล้ว ตีหนึ่งก็แล้ว ร่างกายยังคงทำงานต่อไปไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ไม่ยอมง่วง แถมพอนอน ตื่นขึ้นมาก็ยังเพลียอีก ตอนนี้เราจะโทษแค่เรื่องความเครียดไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะแท้จริงแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่ทำให้คุณหลับไม่สนิท เรามาแก้กันดีกว่า!
Sleeping_1

1.กำหนดเวลานอนให้เป็นนิสัย

ปัญหาของการนอนไม่หลับนั้น ส่วนมากมาจากการที่เราไม่สร้างนิสัยให้ตัวเอง นอนหลับเวลาเดิมเสมอๆทุกวัน เช่น คืนนี้นอน 5 ทุ่ม วันต่อมาต้องอยู่ทำงานถึงตี 2 ทุกอย่างในชีวิตล้วนต้องการเวลาที่เหมาะสม ร่างกายของคุณนั้นต้องการให้คุณสร้างเวลาในการนอนให้กับมัน เพราะฉะนั้น ตั้งเป้าไว้นะ ว่าคุณจะนอนกี่โมง และอย่าลืมทำอย่างต่อเนื่องให้เป็นนิสัยด้วย

2.ทำให้ร่างกายในเวลากลางวันได้แอคทีฟอยู่เสมอ

คุณต้องทำความเข้าใจกับการใช้พลังงานในร่างกายของเราอย่างจริงจัง หากคุณได้ทำงานที่ต้องนั่งทั้งวัน คุณต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย เช่น ปั่นจักรยานมาทำงาน หรือ ขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟท์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณได้ใช้พลังงานที่คุณมี และพอตกเย็น พ่ลังงานในรุ่างกายของคุณก็ค่อยๆทยอยหมด และสิ่งที่ร่างกายต้องการก็คือ “การนอนนั่นเอง”

3.เลี่ยงการกินหรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

เราอยู่ในยุคที่มื้อเช้าไม่สำคัญ แต่การปาร์ตี้และกินอาหารหนักๆ ในยามเย็นหรือมื้อดึกดันสำคัญกว่า เปลี่ยนนิสัยเหล่านี้ซะ เพราะการกินมื้อดึกนั้น จะทำให้มีแก๊สในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นตัวการทำให้คุณนอนหลับไม่สบายอีกด้วย หรือแม้แต่การดื่มก็เช่นกัน ถึงแม้จะทำให้คุณหลับสบาย แต่ผลในระยะยาวนั้นคงไม่ดีต่อร่างกายเท่าไรนัก

4.นอนบนเตียงหรือฟูกที่สบายตัว

จงเลือกที่นอนที่ทำให้คุณหลับใหลได้สบายตลอดเวลา หากพบว่าตอนนี้ที่นอนที่มีเริ่มเก่าหรือนอนไม่ค่อยสบายตัวแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ เพราะการพักผ่อนคือสิ่งสำคัญกับสมองของคุณนะ ลงทุนให้คุ้มค่าจะดีกว่า

5.หยุดการเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน

ตามผลการวิจัย การเล่นโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อีเล็กโทรนิกส์ต่างๆ ก่อนนอน จะทำลายระบบการนอนของคุณ นั่นก็เพราะ แสงที่ออกมาจากอุปกรณ์เหล่านั้น (แสงสีฟ้า)มีรังสีที่สมารถทำลายสมองของคุณได้ เพราะฉะนั้นหากรู้ตัวว่าจะนอน รีบวางโทรศัพท์ให้ห่างจากตัวทันที

ลดความอ้วนด้วย นมอัลมอนด์! ประโยชน์เกินคาด ทั้งผอมและสุขภาพดี

ลดความอ้วนด้วย นมอัลมอนด์! ประโยชน์เกินคาด ทั้งผอมและสุขภาพดี
อยากจะบอกสาวๆ ทุกคนว่าถึงแม้เราจะอยู่ในยุคที่อาหารแทบทุกอย่าง พร้อมใจกันอร่อยไปหมด แต่ก็ยังโชคดีที่มีอาหารอีกหลายอย่าง ที่ทั้งอร่อยและไม่ทำให้เราอ้วน หนึ่งในนั้นก็คือ นมอัลมอนด์ นมที่ไม่ได้ทำจากนม แต่มีสีขาวนวลจากเนื้ออัลมอนด์ 100% รสชาติดี และคุณประโยชน์เพียบ! สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักนมอัลมอนด์ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันนะคะ
Organic White Almond Milk

1. อัลมอลด์มีไขมันชนิดดีช่วยลดระดับไขมันชนิดเลว เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้มีคลอเรสเตอรอลสูง ช่วยลดน้ำหนักและเสริมการออกกำลังกาย และยังช่วยกระชับสัดส่วน โดยจากการผลวิจัยระบุว่าสามารถ ช่วยลดรอบเอว มากกว่าผู้ไม่รับประทานถึง 2 นิ้ว

2. สามารถทดแทนการดื่มนมวัวสำหรับเด็กได้เป็นอย่างดี ช่วยบำรุงประสาท และช่วยเพิ่มสติปัญญาและสมาธิ บำรุงสมอง และลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์

3. เเคลอรีที่ต่ำ 1 เเก้ว ในปริมาตรไม่เกิน 250 มิลลิลิตร มีเเคลอรีตั้งเเต่ 60-100 ซึ่งถือว่าต่ำมาก แถมยังอิ่มท้องอีกด้วย เพราะฉะนั้นๆ ใครที่กำลังลดความอ้วนอยู่ห้ามพลาดนะจ๊ะ

milk_1

4. มีวิตามิน B,D และE ซึ่งช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และทำให้ผิวพรรณของคุณเปล่งปลั่ง

5. ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเหมือนนมถั่วเหลืองดังนั้นจึงเหมาะสำหรับทั้งคุณผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

5 ท่าโยคะ ขาเรียวสวย เพื่อ สาวกคนรักส้นสูง

5 ท่าโยคะ ขาเรียวสวย เพื่อ สาวกคนรักส้นสูง
รองเท้าส้นสูงคู่โปรด เป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเทมชิ้นสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน เพราะจะช่วยเสกขาของสาวๆ ให้ดูเรียวยาวมีเสน่ห์ ลำตัวสูงขึ้นได้ในพริบตา! ยิ่งนำมามิกซ์แอนด์แมชลุคต่างๆ ก็ยิ่งเสริมสร้างความมั่นใจได้อย่างดี ทว่าภายใต้ความสวยแอบซ่อนภัยเงียบไว้อยู่ เพราะการสวมใส่รองเท้าส้นสูงไปนานๆ นอกจากจะเสี่ยงจากการหกล้มแล้ว ยังทำให้นิ้วเท้าต้องรองรับน้ำหนักตัวมากขึ้น และทำให้อาจเกิดปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น นิ้วเท้าขด เท้าผิดรูป ท่าทางการเดินเปลี่ยนไป กล้ามเนื้อน่องหดเกร็ง รู้สึกปวดเมื่อยเกิดอาการขาชา ข้อเข่าเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร และกระดูกสันหลังผิดรูป นานวันจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาสุขภาพระยะยาวได้

Yoga-Leg0

“ครูบี-กุลรัตน์ ทวีนุช” และ “ครูเอก-พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ” สองกูรูโยคะจากสตูดิโอ โยคะ แอนด์ มี (Yoga & Me) นำเสนอท่าฝึกโยคะพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสาวๆ ทุกคนให้สวยสมบูรณ์แบบองค์รวม สวมใส่ส้นสูงอย่างมั่นใจและปลอดภัย ผ่านการยืดเหยียดสร้างความยืดหยุ่นคู่กับความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อกระดูกสันหลัง ต้นขา น่อง และข้อเท้า เพื่อผ่อนคลายอาการหดตึงกล้ามเนื้อ กระชับกล้ามเนื้อขา ลดไขมันสะสมบริเวณสะโพกและก้น พร้อมจัดเรียงกระดูกสันหลังให้ยืดตรง เพื่อปรับสรีระให้งดงามบุคลิกภาพดี ผ่านการเคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ สัมพันธ์กับลมหายใจเข้าออกหนักเบาอย่างเป็นจังหวะ

Yoga-Leg1

Chair Pose
ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ต้นขา น่อง ข้อเท้า และช่วยยืดหัวไหล่ แผ่นอก พร้อมทั้งจัดเรียงกระดูกสันหลังให้ยืดตรง กระชับกล้ามเนื้อขา ลดไขมันสะสมบริเวณสะโพก และก้น ทั้งยังช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดี บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่างลงไปถึงขา อันเนื่องมาจากการนั่งกดทับเป็นเวลานาน

Yoga-Leg2

Warrior II
ช่วยสร้างความแข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่นสะโพก ขา และข้อเท้า พร้อมยืดหัวไหล่ แผ่นอก ปอด และกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน บรรเทาอาการปวดหลัง

Yoga-Leg3

Triangle
ช่วยสร้างความแข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ต้นขา เข่า และข้อเท้า ในขณะเดียวกันจะช่วยยืดหัวไหล่ แผ่นอก กระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อสะโพก ต้นขาด้านในและน่อง ทั้งยังช่วยบำบัดโรคปวดหลัง หรือ ในสตรีตั้งครรภ์ที่มีอาการปวดหลัง รวมถึงผ่อนคลายความเครียด

Yoga-Leg4

Downward Dog
ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง คลายความเครียด ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า พร้อมทั้งช่วยยืดไหล่ มือ ข้อมือ และน่อง รวมถึงสร้างความแข็งแรงให้แขน และขา ช่วยยืดเอ็นร้อยหวาย หลังจากใส่ส้นสูงนานๆ

Yoga-Leg5

Standing forward bend
ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยยืดน่อง พร้อมสร้างความแข็งแรงและช่วยกระชับต้นขา ช่วยยืดตั้งแต่หลัง สะโพก ขา และข้อเท้าจากการใส่ส้นสูงนานๆ เนื่องจากเวลาใส่ส้นสูง สรีระของผู้หญิง จะอยู่ในท่าที่หลังส่วนล่างแอ่นออกไปมากกว่าปกติ สะโพก และเข่าโค้ง งอ ส่งผลให้ร่างกายอาจบาดเจ็บได้ในระยะยาว

แฟชั่นรองเท้าส้นสูงอยู่คู่กับไลฟ์สไตล์ผู้หญิงมาเป็นเวลานาน แต่ความสวยมั่นใจอาจต้องแลกมาด้วยปัญหาสุขภาพ ซึ่งจะดีแค่ไหนหากวันนี้สาวๆ ทุกคน รู้วิธีรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพียงแค่เริ่มขยับร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างถูกต้อง เท่านี้สาวกรองเท้าส้นสูงทุกคนก็สวมใส่รองเท้าคู่โปรดได้อย่างมั่นใจไร้กังวลกันแล้ว

วิธีขจัด กลิ่นรองเท้า ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว

วิธีขจัด กลิ่นรองเท้า ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว
นอกจากการทำความสะอาดรองเท้าให้ดูสวยงามและดูใหม่อยู่เสมอแล้ว การดูแลไม่ให้ กลิ่นรองเท้า เหม็นอับ ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพเท้าตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งวิธีกำจัดกลิ่นอับนี้ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ และใช้อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว 5 อย่างนี้
shoes_1

1 ตากในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท
รองเท้าหลายประเภทไม่ควรตากแดด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตากในพื้นที่ชื้น มุมอับ ๆ ที่อากาศไม่ถ่ายเท เพราะการตากในอากาศที่ถ่ายเทนี้จะช่วยลดความอับชื้นและกลิ่นเหม็นได้ด้วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะตอนที่ทำความสะอาดรองเท้าเท่านั้น ควรผึ่งไว้ทุกครั้งหลังใส่ สักชั่วโมงหนึ่งก่อนนำเก็บเข้ากล่อง

2 เบคกิ้งโซดา
นำมาโรยในรองเท้าแล้วปล่อยทิ้งไว้หนึ่งคืน จะสามารถช่วยขจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ แต่ถ้าหาเบคกิ้งโซดาไม่ได้ลองใช้เกลือที่ดูดซับความชื้นหรือน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าดูก็สามารถทดแทนได้เช่นกัน แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับรองเท้าหนังเพราะอาจจะทำให้หนังเสียหายได้

3 หนังสือพิมพ์
ประโยชน์ของหนังสือพิมพ์ที่มีกับรองเท้านั้นมีมากมายทั้งลดกลิ่นอับ ดูดซับความชื้น แถมยังช่วยรักษาทรงของรองเท้าได้อีกด้วย ทำได้โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์มายัดเป็นก้อนใส่ลงไปในรองเท้า ทิ้งไว้หนึ่งคืน

shoes_2

4 เปลือกส้ม หรือมะนาว
เพียงนำเปลือกส้ม มะนาว หรือพืชตระกูลส้มใส่ลงไปในรองเท้าก็สามารถช่วยทำให้รองเท้ามีกลิ่นหอมได้ เนื่องจากในเปลือกของมันจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่นั่นเอง

5 เกลือ
นอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติเค็มให้กับอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาดับกลิ่นรองเท้าได้อีกด้วย โดยนำเกลือมาโรยไว้ในรองเท้าประมาณ 1 คืน เพราะเกลือจะทำหน้าที่ดูดซับความชื้นภายในรองเท้า ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นอับให้หมดไปได้นั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใส่รองเท้าซ้ำกันทุกวัน หรือใส่ 2-3 วันแล้วเปลี่ยนคู่ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคสะสมมากจนก่อให้เกิดกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ตามมา

เช็คลิสต์ 4 เรื่องควรระวัง หนาวนี้จำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้ ‘ลิปบาล์ม’

เช็คลิสต์ 4 เรื่องควรระวัง หนาวนี้จำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้ ‘ลิปบาล์ม’
ลมหนาวมาเมื่อไหร่ ปากนคงสั่นไฉัหว-ว-ว ขอร้องเป็นเพลงต้อนรับช่วงปลายปีเพื่อเริ่มต้นเข้าสู่ปีใหม่กันเสียหน่อย สาวๆ หลายคนคงทยอยลางาน เตรียมแพลนที่เที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศกันแล้วใช่ไหมละ แน่นอนว่าบรรยากาศในช่วงนี้ ผิวหน้า ผิวกายต้องเจอกับไอเย็น และอากาศหนาวเป็นธรรมดา ซึ่งปัญหาหลักๆ ที่สาวๆ ต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงแทบไม่ได้ นั่นก็คือ ปัญหาริมฝีปากแห้งแตก ขาดความชุ่มชื่น
เอาเข้าจริงแล้ว อากาศหนาวเมืองไทยบ้านเราพักหลังอาจจะไม่ได้หนาวมากเช่นก่อน จึงทำให้สาวๆ หลายคนมองว่า ปัญหาริมฝีปากแห้งแตกนั้นไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก แต่ถ้าสังเกตกันดีๆ แล้ว อากาศเย็นจากห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือแสงแดดที่สาวๆ มักเจอเป็นประจำ ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ริมฝีปากของสาวๆ แห้งแตก ไม่ชุ่มชื่น หรือทาลิปสติกไม่เนียนสวย จนหมดเสน่ห์และขาดความมั่นใจได้เลยนะ วันนี้เลยไม่รอช้า มาลิสต์ 4 ข้อควรระวัง เพื่อเป็นฮีโร่พิชิตริมฝีปากของสาวๆ ให้สวยและสุขภาพดีในทุกวัน มีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเล้ย-ย-ย!

อากาศรอบตัว เป็นมิตรต่อริมฝีปาก ?

winter_1

อากาศหนาวไม่ว่าจะหนาวตามธรรมชาติที่อุณหภูมิลดต่ำลง หรือหนาวเพราะเครื่องปรับอากาศ ก็ทำให้ริมฝีปากของสาวๆ นั้นขาดน้ำ จนทำให้ริมฝีปากแห้งแตกได้ รวมถึงลมและแสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่มีส่วนทำให้ริมฝีปากแห้งและหมองคล้ำด้วย รู้แบบนี้การดื่มน้ำบ่อยๆ หรือหยิบลิปบาล์มที่มีส่วนผสม ช่วยเติมความชุ่มชื่นและปกป้องแสงแดดมาทาบำรุงริมฝีปากนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย

ดื่มน้ำน้อยเกินไป

winter_2

สำหรับสาวๆ ที่คิดว่า ตัวเองก็ดื่มน้ำนะ แต่ทำไมริมฝีปากยังแห้งอยู่ แบบนี้ก็ต้องมานั่งนึกแล้วล่ะว่า ดื่มน้ำต่อวันน้อยเกินไปหรือเปล่า โดยปกติคนเราควรจะดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อย 8 แก้วต่อวันเป็นประจำ จะช่วยบำรุงริมฝีปากรวมถึงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น รวมถึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าของเราได้ด้วย ข้อนี้ไม่รวมถึงเหล่าเครื่องดื่มชา กาแฟ น้ำผลไม้ปั่นนะจ๊ะ เพราะไม่ได้ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้นได้ มีแต่จะทำให้เรามีน้ำตาลสะสมในร่างกายมากขึ้น

เลียริมฝีปาก ช่วยปากชุ่มชื่น (ชั่วคราว)

winter_3

เวลาส่องกระจกแล้วเห็นริมฝีปากแห้ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สาวๆ ส่วนใหญ่นิยมเลียริมปาก เพราะรู้สึกว่า วิธีนี้ช่วยให้ริมฝีปากหายแห้งได้ แต่นั่นก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อความชื้นจากน้ำลายระเหยหมดไป ริมฝีปากของสาวๆ ก็จะยิ่งแห้งเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก รู้แบบนี้แล้ว สาวๆ ต้องเลี่ยงพฤติกรรมเช่นนี้แล้วล่ะ

รับสารอาหารครบไหม ?

winter_4

อควรระวังสุดท้าย อย่างเรื่องการรับประทานอาหาร นับว่าเป็นพื้นฐานหลักที่ช่วยให้ระบบของร่างกาย หรือแม้กระทั่งริมฝีปากของสาวๆ นั้น สวย สุขภาพดีเลย เพื่อป้องกันปัญหาริมฝีปากแห้ง แนะนำให้สาวๆ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วย วิตามิน B อย่าง ข้าวกล้อง ผักคะน้า ถั่วอัลมอนด์ รวมถึงเหล่าผักผลไม้ที่มีวิตามิน A และ C ด้วย เพราะจะช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ไม่เว้นแม้แต่ริมฝีปากของสาวๆ นั่นเอง

เห็นลิสต์ 4 ข้อควรระวังข้างต้นแล้ว สาวๆ เผลอลืมให้ความสำคัญข้อไหนกันไปบ้างหรือเปล่าเอ่ย ? ริมฝีปากของเราเนี่ย ถือเป็นจุดสำคัญบนใบหน้าที่เห็นได้เด่นชัดเลยนะ ฉะนั้นการเน้นบำรุงริมฝีปากให้คงความชุ่มชื่นสดใส เปล่งปลั่งชวนมองจึงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ สำหรับสาวๆ ที่คิดว่า จะหาวิธีไหนมาบำรุงริมฝีปากที่กำลังเริ่มแห้งแตกของเราโดยไม่ต้องยุ่งยาก พกพาหลายไอเท็ม

เสื้อผ้าสีดำ ซักแล้วเก่าง่ายทำไงดี? มานี่ๆ มีเคล็ดลับดีๆ มาบอก

เสื้อผ้าสีดำ ซักแล้วเก่าง่ายทำไงดี? มานี่ๆ มีเคล็ดลับดีๆ มาบอก
ใครกำลังหนักอกหนักใจ กับปัญหา เสื้อผ้าสีดำ ชุดสีเข้มที่เราต้องใส่บ่อยๆซักบ่อยๆ สีซีด ดูเก่า โทรม จะทนใส่ก็ทำให้ดูเสียบุคลิก เลยต้องจำใจซื้อชุดดำใหม่อยู่บ่อยครั้ง ปัญหาประจำของเสื้อดำชุดเข้มคงหนีไม่พ้นกับเรื่องชุดดำสีซีดง่าย เก่าเร็ว โทรมเร็ว แล้วถ้าไม่อยากต้องซื้อชุดใหม่บ่อยๆ ก็ต้องรู้เคล็ดลับวิธีที่จะช่วยยืดอายุความเข้มสวยให้ชุดสีดำสีเข้มดูเหมือนใหม่ช่วยให้สวมใส่ได้ยาวนานขึ้น ไม่ต้องซื้อชุดใหม่บ่อยๆ ดังนั้นเราควรรู้ข้อที่ควรทำและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงให้เหมาะสมกับการดูแลซัก เสื้อผ้าสีดำ สีเข้ม แบบ Do & Don’t ง่ายๆ …แชร์ต่อได้เลย

Black_costume_1

Do สิ่งที่ควรทำ

แยกสีผ้าก่อนซัก – ควรแยกเสื้อดำและสีเข้มออกจากผ้าสีอื่นเพื่อป้องกันสีของผ้าสีดำตกใส่ผ้าสีอ่อนกว่าและ เป็นการช่วยให้สีดำยังคงอยู่ในเส้นด้ายของเสื้อผ้าตัวนั้นๆ
ตรวจสอบกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกง – เพื่อเช็คดูว่ามีวัสดุใดหลงเหลืออยู่ในเสื้อผ้าหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเหล่านั้นทำลายเนื้อผ้าและถังซักผ้าในระหว่างการซัก
กลับเสื้อด้านในออกมาด้านนอกก่อนทำการซัก – เพื่อป้องกันแรงเสียดสีที่อาจจะเกิดกับเส้นใยผ้าจากการขยี้ด้วยมือหรือการปั่นของเครื่องซักผ้า
Black_costume_3

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเพื่อผ้าสีดำสีเข้มโดยเฉพาะ – หลายคนคงเคยเจอปัญหาคราบขาวจากผงซักฟอกที่ตกค้างบนผ้า วิธีแก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือควรเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบน้ำและที่สำคัญหากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรเฉพาะในการดูแลรักษาสีผ้าดำสีเข้มด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยถนอมสีของผ้าได้เป็นอย่างดีอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันรังสีUVจากแสงแดด ก็ช่วยผ้าดูแลเส้นใยผ้าของชุดสีดำสีเข้มให้คงทนนานขึ้นในตอนการตากผ้าอีกด้วย
เลือกใช้โปรแกรมการซักผ้าที่เหมาะสม – การเลือกใช้ระยะเวลาในการซักที่สั้นลงก็ช่วยถนอมสีผ้าได้ด้วยเช่นกันซัก ไม่ควรแช่ผ้าทิ้งไว้นานจนข้ามคืน เพราะจะยิ่งทำให้สีซีดจางได้ง่าย
ซักด้วยน้ำเย็น – เพราะอุณหภูมิของน้ำมีผลกับสีของเสื้อผ้าเป็นอย่างมาก แนะนำให้ใช้น้ำเย็นซักทำความสะอาดแทนการใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เพราะน้ำเย็นจะช่วยรักษาเส้นใยของผ้าสีดำให้ยังคงทนทานและสีเข้มสวยดูใหม่อยู่เสมอ
ใช้ระบบปั่นถนอมผ้า – ควรปรับเป็นโหมดซักแบบถนอมผ้าทุกครั้ง เพื่อลดแรงเหวี่ยงที่จะทำให้สีของเสื้อผ้าสีดำหลุดซึมออกจากผ้านั่นเอง
ตากในที่ร่ม – เพื่อป้องกันแดดเลียสีผ้าซีด แต่เลือกตากผ้าในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกลมพัดได้ยิ่งดี จะช่วยป้องกันกลิ่นอับชื้นบนผ้า
รีดผ้าสีดำสีเข้มด้วยไฟอ่อนๆ – รีดจากด้านในเพื่อถนอมสีผ้าไม่ให้ซีดและขึ้นเงา
Black_costume_2

Don’t สิ่งที่ไม่ควรทำ

หลีกเลี่ยงการใช้ผงซักฟอกสำหรับซักผ้าขาว – สารฟอกขาวอาจทำลายสีผ้าให้ซีดและเก่าง่าย และหากใช้ผงซักฟอกปัญหาหนักที่ต้องระวังคือคราบขาวที่ติดบนเสื้อผ้าเกิดได้บ่อยเมื่อซักด้วยเครื่องซักผ้า

ไม่จำเป็นต้องปั่นแห้ง – เพราะระบบปั่นแห้งของเครื่องซักผ้ามีแรงเหวี่ยงมาก ซึ่งอาจจะทำให้เสื้อผ้าสีตกและสีซีดจางเร็วขึ้น ดังนั้นเราแค่บีบให้หมาดๆและนำไปตากได้ทันที

ไม่ควรอบผ้า – เพราะความร้อนจะเป็นตัวการทำลายสีผ้าดำผ้าเข้ม และเส้นใยและอาจทำให้ผ้าบางชนิดหดตัวได้

ไม่ควรตากเสื้อผ้าสีดำ สีเข้ม กลางแดดร้อนจัด – แสงแดดตัวทำลายสีผ้าอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะกลับด้านตากแล้วก็ตาม ควรหลีกเลี่ยง

รีวิว ทาลิปสติกสีไหน ให้ฟันดูขาวขึ้น

รีวิว ทาลิปสติกสีไหน ให้ฟันดูขาวขึ้น
ถึงแม้จะดูแลฟันอย่างดี แต่บางทีพอจะยิ้มต่อหน้ากล้องสาวหลายคนก็แอบเสียเซลฟ์อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะสาวที่ติดดื่มชาและกาแฟอาจมีความกังวลเรื่องฟันเหลืองมากเป็นพิเศษ แต่เรามีเทคนิคสวยๆ ที่จะช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นมาฝากกัน แถมทำได้ทุกวันไม่ต้องเสียสตางค์ไปทำวีเนียร์แบบเซเลบฮอลลีวูด เพราะใช้เพียงแค่ ‘ลิปสติก’ เท่านั้นค่ะ

นอกจากลิปสติกต่างสีจะช่วยสร้างลุคต่างสไตล์แล้ว ยังทำหน้าที่ปกปิดและพรางสีที่ไม่สมดุลบนใบหน้าได้อีกด้วย (คลิกอ่าน วิธีกลบรอยคล้ำใต้ตาด้วยลิปสติก) เราคงคุ้นกันดีว่าไพรเมอร์สีเขียวช่วยพรางรอยแดง คอนซีลเลอร์สีพีชช่วยกลบรอยเส้นเลือดสีน้ำเงินใต้ตา ซึ่งการเลือกสีลิปสติกก็ช่วยแก้ไขสีฟันได้เช่นกันค่ะ โดยลิปสติกสีโทนร้อน จะเบรคสีโทนเย็นแล้วดึงให้สีเหลือง(ซึ่งก็เป็นสีโทนร้อน) ยิ่งเด่นขึ้น ในขณะที่สีโทนเย็นจะช่วยลดสีโทนร้อนที่ฟันลง จึงทำให้ฟันดูขาวขึ้นค่ะ

หากเป็นสีสันแซ่บจี๊ดอย่างส้ม น้ำตาล นีออน หรือลิปสีเข้มล่ะก็ อาจจำเป็นต้องพึ่งการฟอกสีฟัน แต่หากเป็นสีทั่วไปที่เราแต่งเดินถนนกันในชีวิตประจำวันล่ะก็ มาดูไกด์ไลน์การเลือกสีลิปที่ทำให้ฟันของเราขาวขึ้นกันเลยค่า

บน = โทนสีที่ทำให้ฟันขาวขึ้น

ล่าง = โทนสีที่ทำให้ฟันเหลือง

รีวิว ทาลิปสติกสีไหน ให้ฟันดูขาวขึ้น

โทนสีนู้ด

เป็นโทนที่เลือกยากโทนหนึ่งเลยทีเดียวหากอยากให้ฟันดูขาวขึ้น เพราะโดยทั่วไปมักมีสีโทนน้ำตาลหรือพีช ซึ่งต่างก็ทำให้ฟันเหลืองขึ้นทั้งคู่ ดังนั้นลองเลือกสีชมพูนู้ดแทนดีกว่า ตราบใดที่สีชมพูนั้นดูไม่เข้มจนเกินไป ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเยอะ

รีวิว ทาลิปสติกสีไหน ให้ฟันดูขาวขึ้น

โทนสีชมพู

กับลิปสติกโทนชมพู หัวใจหลักคือให้เลือกที่มีโทนน้ำเงินผสมให้มากที่สุดเพื่อลดทอนสีเหลืองลง แต่เนื่องจากมันอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน ทุกสีผิว ดังนั้นอีกทางเลือกก็คือการเลือกสีเบอร์รี่พิงค์ เพราะโทนสีม่วงที่ผสมอยู่เล็กน้อยจะช่วยให้สีฟันขาวขึ้นกว่าสีชมพูที่มีสีเหลืองหรือสีส้มผสมอยู่ค่ะ

รีวิว ทาลิปสติกสีไหน ให้ฟันดูขาวขึ้น

โทนสีแดง

ลิปสติกสีแดงมักมีสีหลักๆ ที่ผสมอยู่ 3 สีด้วยกัน คือ น้ำเงิน ชมพู และส้ม โทนอมน้ำเงินจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด เพราะทำให้ฟันดูขาวขึ้นมากที่สุด โทนสีชมพูค่อนข้างจะกลางๆ ไม่ดีขึ้นไม่แย่ลงเท่าไหร่ ส่วนโทนสีส้มจะทำให้ฟันเหลืองขึ้นเล็กน้อย

รีวิว ทาลิปสติกสีไหน ให้ฟันดูขาวขึ้น

โทนสีม่วง

โชคไม่ดีเลย ที่โดยทั่วไปแล้วลิปสีเข้มๆ ล้วนทำให้ฟันดูเหลืองขึ้นกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอยู่หนึ่งเฉดที่พอจะเวิร์คสุด นั่นก็คือสีม่วงค่ะ ปกติลิปสีม่วงเข้มมักจะผสมสีน้ำตาลหรือสีชมพูเล็กน้อย ซึ่งหากเลือกลิปสีม่วงเข้มอมชมพู ก็จะช่วยให้ฟันดูสดใสขึ้นกว่าลิปสีม่วงเข้มอมน้ำตาลค่ะ

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม
เป็นเรื่องลำบากเสียจริงนะคะ สำหรับสาวหน้ากลม ที่เวลาจะตัดผม เซตผมทีไร มันไม่ใช่ทุกที จะทำทรงไหนก็รู้สึกว่ามันไม่เข้ากับหน้าเอาซะเลย เชื่อว่า สาวๆ หลายคนที่มีใบหน้ากลมต้องรู้สึกหงุดหงิดในใจอยู่ลึกๆ ใช่ไหมล่ะคะ แต่สาวหน้ากลมทุกคนอย่าได้เพิ่งท้อใจกับทรงผมตัวเองกันไปนะคะ เพราะยังมีทรงผมบางทรงที่เนรมิตมาเพื่อสาวหน้ากลมอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ

มาลองเปลี่ยนสไตล์และลองทำทรงผมที่เรานำมาฝากในวันนี้กันดูค่ะ รับรอง ไม่ทำให้หน้ายิ่งกลม แถมสวยเป๊ะแบบสาวฮอลลีวูดแน่นอนค่ะ

1. เกล้าผมยกสูงแบบสาว Selena Gomez

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม

ใครว่าสาวหน้ากลมจะต้องปล่อยผมปิดหน้า ให้ใบหน้าดูเล็กลงเสมอไปล่ะคะ การเกล้าผมเก็บหมดก็สวยได้ไม่แพ้กันค่ะ สาวๆ อาจเพิ่มลูกเล่นบริเวณผมด้านหลังด้วยการถักเปียหรือมวยผมให้อยู่ต่ำตรงท้ายทอย และเน้นให้ผมด้านบนยกสูงนิดๆ จะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูยาวขึ้นได้ค่ะ

2. ลอนคลื่นเล็กๆ แบบสาว Cameron Diaz

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม

สาวหน้ากลมคนไหนที่เบื่อการไว้ผมตรงยาวๆ ลองหันมาทำทรงนี้ดูค่ะ กับผมลอนเล็กๆ ความยาวประบ่า สาวไหนที่กลัวว่าผมสั้นแล้วจะยิ่งทำให้หน้ากลม ไม่ใช่กับผมสั้นทรงนี้แน่นอนค่ะ แนะนำว่าให้แสกกลางและม้วนผมให้เป็นลอนคลายๆ ปัดผมให้ลงมาปรกหน้าด้านข้างหรือช่วงโหนกแก้มนิดหน่อยจะช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้นได้ค่ะ

3. แสกกลางและเกล้าผมครึ่งศีรษะแบบสาว Kate Bosworth

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม

การแสกกลางคือตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับสาวหน้ากลมเลยล่ะค่ะ การเกล้าผมครึ่งศีรษะโดยเซตผมให้ดูเรียบหรูแบบนี้จะช่วยให้ใบหน้าของสาวๆ ดูโดดเด่นขึ้นค่ะ อย่าได้กังวลว่าหน้าจะกลมค่ะ ยิ่งถ้าสาวๆ ทาปากแดง จะยิ่งช่วยขับให้ใบหน้าดูสวยเด่นขึ้นอีกด้วย

4. ผมลอนแบบย้อนยุคสไตล์สาว Emma Stone

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม

หากสาวๆ เบื่อทรงผมแบบธรรมดาๆ แล้ว มาเปลี่ยนสไตล์ทรงผมให้ดูสวยแบบย้อนยุคกันดีกว่าค่ะ กับทรงม้วนลอนแบบเรโทร แนะนำให้แสกข้างจะสวยกว่าแสกกลางนะคะ แล้วม้วนผมให้เป็นลอนตั้งแต่ช่วงหางคิ้วลงไป ปัดลอนผมด้านที่แสกมาข้างหน้า แค่นี้ก็กลายเป็นสาวแกลม ดูหรูหราขึ้นมาทันทีเลยล่ะค่ะ

5. หางม้ายุ่งๆ แบบสาว Miranda Kerr

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม

ใครจะคิดว่าทรงที่ดูเหมือนไม่ตั้งใจทำ ยุ่งนิดๆ จะกลายเป็นทรงยอดฮิตของสาวๆ สมัยนี้กันล่ะคะ ทรงนี้เป็นอีกทรงหนึ่งที่ทำได้ง่ายสำหรับสาวหน้ากลมค่ะ การมัดหางม้าสูงปานกลาง และจัดทรงบริเวณโคนผมด้านบนให้ดูยุ่งนิดๆ หรือมัดแบบลวกๆ จะช่วยดึงความสนใจจากใบหน้าอวบอิ่มของคุณได้ค่ะ

6. ผมยาวตรงแสกกลางแบบสาว Mila Kunis

ทรงผมที่ใช่ สำหรับสาวหน้ากลม

ผมยาวมักเป็นทรงที่เบสิกและและจัดทรงง่ายสำหรับสาวหน้ากลมค่ะ การปล่อยให้ผมตรงยาวสลวยปิดใบหน้านิดๆ จะช่วยปิดบังส่วนโค้งเว้าที่เด่นชัดของหน้าคุณค่ะ และสำหรับสาวไหนที่อยากทำทรงนี้แนะนำให้ใช้เครื่องหนีบผมไฟฟ้าและลงน้ำมันใส่ผมเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ผมดูตรงสวยและสุขภาพดีค่ะ

วิธีมีริมฝีปากนุ่มสวยน่าจุ๊บ แถมยังอมชมพู

วิธีมีริมฝีปากนุ่มสวยน่าจุ๊บ แถมยังอมชมพู
อากาศเย็นๆ จากแอร์ รังสียูวี หรือกรดจากอาหารที่เราทานในแต่ละวัน คือสาเหตุที่ทำร้ายริมฝีปากเราให้แห้งและแตกลอกมากขึ้นทุกวัน ซึ่งอย่าได้นิ่งนอนใจเชียวนะคะ หากปล่อยนานวันเข้าจะกลายเป็นร่องลึกและหมองคล้ำ ทำให้เราดูแก่ก่อนวัยไปอีกหลายปีเชียวล่ะ ถ้าอยากมีริมฝีปากสวยอมชมพูน่าจุ๊บไปอีกนาน เรามาเริ่มดูแลด้วย 6 วิธีนี้กันเลย

1. สครับริมฝีปาก วิธีที่ง่ายที่สุด คือหลังจากแปรงฟันและบ้วนปากสะอาดดีแล้ว ให้เอาแปรงสีฟันซึ่งล้างยาสีฟันออกหมดแล้ว มาแปรงเบาๆ บนริมฝีปากที่ยังเปียกอยู่ จะช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออก หรือหากอยากให้ชุ่มชื่นเป็นพิเศษ ลองผสมน้ำตาล 2 ช้อนชา เข้ากับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมามาสก์ริมฝีปากทิ้งไว้ 2-3 นาที จากนั้นนวดวนเบาๆ ที่ริมฝีปากสักนิดแล้วค่อยล้างออก ริมฝีปากจะอิ่มเอิบและนุ่มนวลชวนคิสสุดๆ เลยค่ะ

2. รู้จักเลี่ยง ส่วนผสมบางตัวเช่น camphor, phenal, menthol และ alcohol ซึ่งมักจะระบุด้วยคำว่า OL สารเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกเย็นซ่า สดชื่น แต่ก็ทำให้ริมฝีปากแห้งเช่นกัน จึงทำให้เราต้องทาซ้ำบ่อยๆ หรือเผลอเลียริมฝีปากบ่อยขึ้น ซึ่งกรดในน้ำลายจะยิ่งทำให้ริมฝีปากคล้ำไปกันใหญ่ ต้องหักห้ามใจไว้นะสาวๆ

3. รู้จักเลือก โดยเลือกชนิดที่ปราศจากสารพาราเบน และมีสารให้ความชุ่มชื่นอย่างน้อย 5% ขึ้นไป เช่น glycerin ซึ่งช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้เรียวปากได้ดี นอกจากนี้ยังควรมีส่วนผสมที่ช่วยทำให้ปากนุ่มด้วย เช่น lanolin หรือ cocoa butter เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้เลยคือสารป้องกันแดดเพื่อปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวีค่ะ

4. ทำลิปบาล์มใช้เอง เพราะคุณเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดว่าคุณชอบอะไร การได้ใช้สูตรที่เหมาะกับตัวเอง แถมยังมีกลิ่นหอมสุดโปรด จะทำให้เราแฮปปี้อยากทาลิปบ่อยๆ สำหรับซัมเมอร์นี้ลองสูตร DIY ลิปบาล์มกลิ่นเลมอน ก็สดชื่นดีไม่เบา หรือถ้าใครชอบแนวธรรมชาติแบบง่ายๆ การนวดริมฝีปากด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก ก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ

5. ชุ่มชื่นเข้าไว้! วิธีนี้ดูเรียบง่ายแต่เชื่อไหมว่ามันคือหัวใจหลักเลยค่ะ ลองดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตรต่อวัน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน หากใครดื่มน้ำน้อยก็อาจจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณทีละนิดแบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ

6. ช่วยให้ริมฝีปากรักษาตัวเองเร็วขึ้น เวลาที่กินอะไรเผ็ดร้อนจนปากเยิน หรือโดนแดดเผาจนปากคล้ำ ลองช่วยริมฝีปากด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการนวดริมฝีปากด้วยแตงกวาฝานบางแล้วทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นค่อยล้างออก แตงกวาจะช่วยปลอบประโลมผิวและติดสปีดให้ริมฝีปากฟื้นตัวได้เร็วขึ้นค่ะ

ไอเดียชุดไปงานแต่ง โทนสีพีช สีสุดเซฟ สวยหวาน เซ็กซี่ มีเสน่ห์

ไอเดียชุดไปงานแต่ง โทนสีพีช สีสุดเซฟ สวยหวาน เซ็กซี่ มีเสน่ห์
ช่วงปลายปีมานี้ถือว่าเป็นช่วงแห่งฤดูการแต่งงาน พอถึงช่วงนี้ปุ๊บสาวๆ หลายคนก็ต้องหาชุดไปงานแต่ง วันนี้เราเลยขอเสนอชุดไปงานแต่งใน โทนสีพีช เรียกว่าเป็นโทนสีที่จะว่าไปแล้วก็เข้ากับงานแต่งนะ ดูหวานๆ อ่อนโยน นุ่มนวลเหมาะกับบรรยากาศความรัก แต่นอกจากให้ดูหวานแล้ว ยังดูเซ็กซี่ก็ได้แล้วแต่คุณสาวๆ จะเลือกชุดดีไซน์แบบไหน ซึ่งถ้านึกภาพไม่ออกเรามีมาไกด์สัก 7 แบบตามสาวๆเหล่านี้

Peach_1
1.นิโคล กิตติวัฒน์

Peach_2

1.นิโคล กิตติวัฒน์ สำหรับสาวๆที่อยากให้ลุคดูเป็นผู้ใหญ่ เรียบร้อย ก็เลือกแบบสาวนิโคลได้ เสื้อแขนยาวใส่คู่กระโปรงทรงสอบเข้ารูปให้ดูเป๊ะ ปิดด้วยรองเท้าส้นสูงก็งามแล้ว

2.คามิล่า กิตติวัฒน์

Peach_3

2.คามิล่า กิตติวัฒน์ ส่วนถ้าอยากหว๊านหวานก็แบบสาวคามิล่าที่มากับชุดจาก Poem โทนสีพีช ลุคนี้เป็นสไตล์หวานๆเสื้อลูกไม้แขนยาว กับกระโปรงทรงบานๆ ดูน่ารักและเรียบร้อยด้วย ไม่หวือหวาแต่สวยงาม

3.เอมี่ กลิ่นประทุม

Peach_4

3.เอมี่ กลิ่นประทุม แต่สำหรับสาวที่อยากดูมีอะไร หวือหวาขึ้นมานิดเลือกชุดแบบเอมี่ก็ได้ เป็นชุดจั๊มสูทเกาะอกที่มีไซน์เก๋ๆ เป็นไหล่เฉียงมีโบว์ให้ความหวานเข้ากับงานแต่ง แล้วผ่าหน้าโชว์เรียวขาดูเซ็กซี่

4.ทับทิม มัลลิกา

Peach_5

4.ทับทิม มัลลิกา จะว่าไปช่วงปลายปีอากาศเริ่มเย็นไปงานแต่งทั้งทีเลือกชุดที่ทำจากผ้าที่ให้ความอุ่นอย่างผ้ากำมะหยี่เหมือนสาวทับทิมใส่ก็โอเคอยู่นะ เลือกดีไซน์เก๋แบบนี้แจ่มไม่น้อย

5.หยาด หยาดทิพย์

Peach_6

5.หยาด หยาดทิพย์ ส่วนสาวๆ ที่ชอบแต่งลุคเซ็กซี่ๆ แต่ไม่หวือหวามากก็เลือกเดรสเกาะอกแบบสาวหยาดก็เอาอยู่แล้วล่ะ

6.กระแต ศุภักษร

Peach_7

6.กระแต ศุภักษร แบบสาวกระแตนี้ก็เซ็กซี่เช่นกัน แต่มีดีไซน์ต่อเป็นคอเสื้อขึ้นมาดูมีอะไรขึ้นหน่อย จบด้วยรองเท้าส้นสูงไม่ต้องมากมาย

7.ปอย ตรีชฏา

Peach_8

7.ปอย ตรีชฏา สำหรับสาวๆที่อยากได้ชุดที่ให้ 2 ลุคก็เลือกแบบสาวปอยดูกับชุด โทนสีพีช ที่มองแค่ส่วนกระโปรงก็บานๆดูมีความน่ารัก แต่ช่วงบนเป็นแบบไขว่คล้องคอ เปิดหลังแบบนี้ก็เซ็กซี่ได้ด้วยเลย